Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
"นามเดิม กิมเฉียง นาคไพบูลย์ (ภายหลังใช้นามสกุล กรุณยวนิช) บิดาชื่อนายเร่งเซ็ง มารดาชื่อนางผัน เมื่ออายุประมาณ 9 หรือ 10 ปี บิดาได้นไปฝากเรียนหนังสือที่วัดหนองไม้แดง (วัดราษฎร์สโมสร) จังหวัดชลบุรี กับพระวินัยธรเส็ง ซึ่งได้เรียนอยู่ประมาณ 1 ปีเศษ พระวินัยธรเส็งมรณภาพ จึงได้ออกจากวัดมาช่วยบ้านทำงาน เมื่ออายุ 20 ปี สมัครเป็นตำรวจภูธรอยู่ 2 ปี เมื่อพ.ศ.2464 อายุได้ 24 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาที่วัดอรัญญิกาวาส โดยมีเจ้าคุณพระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ วัดเขาบางทรายเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้ตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรม ได้สร้างโรงเรียนวรพรตพิทยานุกูล ก่อสร้าง/บุรณะเสนาสนะต่าง ๆ ในวัด ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2511 รวมสิริอายุได้ 70 ปี 45 พรรษา"
ดูพิกัด
เป็นหนังสือสมุดไทย ประเภทสมุดไทยขาว ว่าด้วยตำรายารักษา โรคต่างๆ เช่น ยาแก้ไข้ 3 ฤดู ยาแก้ไข้สาริบาต ยาแก้ริดสีดวง ยาแก้ตานขโมย ว่าด้วยคาถาและตำรายาในการรักษา (เอกสารเลขที่ ธบ.ส 90)
ดูพิกัด
เนื้อหาภายในเล่มกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของอำเภอพนัสนิคมทั้งในทางประวัติศาสตร์และนิยายปรำปรา สภาพทางภูมิศาสตร์ ลักษณะภูมิประเทศ สภาพดินฟ้าอากาศ การปกครอง ประชากร การประกอบอาชีพ กรปศุสัตว์ การประมง การทำเหมืองแร่ การอุตสาหกรรม การพาณิชยกรรม การธนาคาร การศึกษา การคมนาคม ประเพณี-วัฒนธรรม สถานที่ท่องเทียว เครื่องจักสาน ไร่กุหลาบจีระโรส ผลไม้ดนปั้น รูปปั้นหัวสัตว์ การผลิตของชำร่วย และอาหารดีที่พนัส ซึ้งแต่ละเรื่องที่นำเสนอมานั้นเป็นการกล่าวถึงโดยสังเขปเท่านั้น
ดูพิกัด
เป็นหนังสือสมุดไทย หน้าต้นกล่าวถึงธิดาท้าวสุริวงศ์ ฝันว่าได้รถที่สวยงาม จันทวาศ์กับ 2 พราหมณ์เสกรถ ธิดา ท้าวสุริวงศ์ชื่นชอบจันทวาศ หน้าปลาย ท้าวกระเวนทราบว่าพระเจ้าอาทิตยวงศ์มาส่งธิดาจึงมาดักพบจันทวาศ อาสาสู้ศึกและได้เข้ามาขวาง ลูกยักษ์ชื่อจินดาสมุทรเกิดกับนางผีเสื้อตามหาพระบิดาชื่อจันทวาศ ได้ต่อสู้กับนาคแล้วได้ไปอยู่ เมืองนาค
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของจังหวัดชลบุรี เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วย ประวัติบุคคลสำคัญ ประวัติต้นพระศีมหาโพธิชลบุรี ประวัติการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ร. 5 และประวัติพระเกจิอาจารย์ เช่น หลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ เป็นต้น นอกจากนี้ได้กาล่าวถึงเรื่องของวรรณคดี วัฒนธรรม และประเพณีของจังหวัดชลบุรี เช่น ประเพณีวิ่งควาย รวมถึงสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น พระจุฑาธุรราชฐานและพระตำนักอื่น ๆ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้สร้างขึ้น มีการรวบรวมร้านค้าจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก ของชำร่วย ร้านอาหาร รวมถึงที่พัก เช่น โรงแรม รีสอร์ท บังกะโล พร้อมแผนที่ตัวเมืองจังหวัดชลบุรี และแผนที่แต่ละอำเภอในจังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
งานนมัสการหลวงพ่ออี๋ ปีหนึ่งจัดขึ้น ๓ ครั้ง คือ ๑.ช่วงเทศกาลตรุษจีน ๒.งานประจำปีช่วงเดือนพฤษภาคม ๓.งานวันคล้ายวันมรณภาพในเดือน ๑๐,๑๐ ค่ำ งานประจำปีเป็นงานที่ถือปฏิบัติกันมาเมื่อคราวหลวงพ่ออี๋ยังมีชิวิตอยู่ และเมื่อหลวงพ่อได้มรณภาพลง ลูกศิษย์ลูกหาก็ได้จัดให้มีงานคล้ายวันมรณภาพของหลวงพ่ออีก และในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีลูกศิษย์และมากราบไหว้ให้มีงานคล้ายวันมรภาพของหลวงพ่ออีก และในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีลูกศิษย์แวะมากราบไหว้หลวงพ่อเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดให้มีการนมัสการหลวงพ่ออี๋ขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพื่อสร้างความสามัคคีร่วมมือของชุมชน ได้ระลึกถึงบุญคุณครูบาอาจารย์ สร้างรายได้แก่ชุมชน ช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา
ดูพิกัด
สืบทอดมาจากพี่ชายที่เป็นช่างทำโอ่งน้ำ โดยเริ่มจากการเป็นลูกมือของพี่ชาย แล้วต่อมาก็มารับจ้างทำเป็นลูก ทำได้สักพักเถ้าแก่ก็เลิกกิจการ พอมีทุนก็นำมาเปิดกิจการของตนเอง
ดูพิกัด
เป็นพาหนะของเกษตรกรเป็นส่วนมาก เพราะส่วนบนสามารถบรรทุกข้าวเปลือกไปเก็บเข้ายุ้งฉาง บรรทุกข้าวฟ่อนจากท้องนามาสู่ลานนวดข้าวได้ดี ส่วนท้องเกวียนสามารถบรรทุกไม้ซุงจากป่ามาบ้านผ่านมาตามท้องนาได้ดี เกวียนสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งเล่ม ล้อทั้งคู่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ เมตร เหมาะสำหรับควายคู่ลากไปมากกว่าวัวคู่ สมัยก่อนใช้บรรทุกสินค้าต่างๆจากตลาดท่าตะกูดมายังตลาดพนัสนิคมด้วย เป็นสมบัติของวัดโบสถ์ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พระสงฆ์ในวัดร่วมกับชาวบ้านจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้เก่าๆของชาวบ้านในตำบลวัดโบสถ์และพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่สมัยโบราณที่พอหาได้มาเก็บรักษาไว้ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของบรรพบุรุษไทยส่วนหนึ่ง
ดูพิกัด
เป็นเครื่องนวดข้าวแทนการใช้วัวหรือควายย่ำเหมือนสมัยก่อน แต่หันมาใช้รถไถขนาดเล็กลาก ลูกถองแทน วิธีใช้คือใช้รถไถลากลูกถองนวดฟ่อนข้าวที่วางตั้งไว้บนลานนวดข้าวเป็นวงกลม จนกว่าข้าวเปลือกจะหลุดออกจากรวงทั้งหมด เป็นสมบัติของวัดโบสถ์ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พระสงฆ์ในวัดร่วมกับชาวบ้านจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้เก่าๆของชาวบ้านในตำบลวัดโบสถ์และพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่สมัยโบราณที่พอหาได้มาเก็บรักษาไว้ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของบรรพบุรุษไทยส่วนหนึ่ง
ดูพิกัด
นายสุรินทร์ มีจั่นเพชร เคยประกวดการทำกลอง ได้รางวัลชนะเลิศ โดยสาธิตให้ดูถึงวิธีการผลิตด้วยมือ ที่จังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ. ๒๕๓๕ การทำกลองยาว เดิมราคาขั้นต่ำ อยู่ที่ ๕๐๐ บาท ปัจจุบันอยู่ ที่ ๑,๕๐๐ บาทเนื่องจากวัตถุที่ใช้ทำกลองหายากโดยต้องทำในช่วงที่ไม้ยังสดอยู่ การรับงานรับงานทุกประเภทในพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การทำขวัญนาค การทอดกฐิน การทอดผ้าป่า งานรื่นเริงต่าง ๆ ตามที่เจ้าภาพจะหาไปเล่น ตั้งแต่ราคา ๓,๕๐๐-๔,๐๐๐ บาท เวลาเดียว ถ้า ๒ เวลา จะถูกกว่านี้ การฝึกซ้อมมีการถ่ายทอดทั้งวิธีการเล่นและทำกลองให้กับบุตรและลูกหลาน โดยปัจจุบันจะมีบุตรสาว ๑ คน บุตรชาย ๑ คน เป็นผู้รับสืบทอด และเป็นวิทยากรรับสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ ในอำเภอศรีราชา
ดูพิกัด
วัดเขาคันธมาทน์ ตั้งอยู่ที่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 18 ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ฯลฯ วัดนี้ตั้งเมื่อ วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2508 โดยนายทองอยู่ อ่อนพานิช ได้ถวายที่ดินให้สร้างวัดในปี 2499 และได้ขออนุญาตตั้งชื่อวัดว่า วัดเขาน้อย แต่ท่านเจ้าคณะจังหวัดในสมัยนั้น(พระธรรมโกศาจารย์)เห็นสมควรให้ขอในชื่อ วัดเขาคันธมาทน์ และได้รับประกาศให้ตั้งวัดในนามดังกล่าว ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 ปัจจุบันมีพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน
ดูพิกัด
วัดเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านซ่อง ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 14 ไร่ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ฯลฯ วัดเขาใหญ่ ตั้งเมื่อพ.ศ. 2480 โดยมีพระว่องร่วมกับชาวบ้าน ได้รร่วมกันสร้างขึ้นและเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน(พระครูชอนวงศานุรักษ์) ได้พัฒนาเพิ่มเติม ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2498 ปัจจุบันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน
ดูพิกัด
วัดอัมพาราม ตั้งอยู่ที่ บ้านนาจอมเทียน 28 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอสมุด หอฉัน ฯลฯ วัดอัมพาราม ตั้งเมื่อพ.ศ. 2489 โดยเริ่มสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. 2484 มีนายเริ่ม รัตนะเหลี่ยมกับพวก ร่วมกันถวายที่ดินสร้างวัด จำนวน 16 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา ได้รับอนุญาตให้ตั้งวัด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างปี พ.ศ. 2519 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 ปัจจุบันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน
ดูพิกัด
"วัดบางพระ เป็นวัดโบราณ สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมารัชกาลที่ ๔ เสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออกของอ่าวสยามทางชลมารค ได้เสด็จวัดบางพระเพื่อสักการะ มีผู้กราบบังคมทูลว่าพระอุโบสถหลังนี้ ชำรุดทรุดโทรม พระองค์จึงโปรดให้พระยาทิพากรวงศ์มหาโกศาธิบดี (ขำ บุนนาค) เป็นแม่กองบูรณะพระอุโบสถ พร้อมกับสร้างพระเจดีย์ขึ้นหลังพระอุโบสถ ครั้นสร้างเสร็จแล้วได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวง จนปลายสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้ง ในสมัยพระครูฉิ่ง โอวาท และพระครูวรกันทราจารย์ (บู๊ เจริญศรี) ได้สร้างกำแพงแก้วล้อมรอบพระอุโบสถ และเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาใหม่ ต่อมาธนาคารไทยพาณิชย์ นำโดยนายอาภรณ์ กฤษณามระ ได้อุปถัมภ์สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น เนื่องจากวัดบางพระ อยู่ในที่ชุมชนจของอำเภอบางพระและกองทหารเรือบางพระ จึงได้ตั้งชื่อตามชื่อของอำเภอบางพระ โดยได้รับความอุปถัมภ์จากชาวบางพระ และบริเวณใกล้เคียง วัดบางพระ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕๗ หมู่ ๒ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีที่ดินตั้งวัด เนื่อที่ ๗ ไร่ ๑ งาน ๔๐ ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุขคามสีมา เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๔๙๕"
ดูพิกัด
วังสามเซียนเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวศิลปะแบบจีนหลายชิ้น ตั้งแต่ประตูทางเข้าที่จะสังเกตุเห็นเจ้าแม่กวนอิมกลางสระน้ำ นอกจากนั้นก็ยังมี ศาลเจ้ากวนอู ศาลานักปราชญ์เหล่าจื้อ ระฆังแห่งคุณธรรม ม้าศึกกวนอู รูปปั้นจำลองราชวงศ์ต่างๆของประเทศจีน รูปปั้นจำลองพระถังซำจั๋งและศิษย์เอก หากเดินเข้าไปด้านในจะพบกับกำแพงที่แสดงเรื่องราว 24 กตัญญูและห้องเรียนสมัยขงจื้อให้ได้ศึกษา อีกหนึ่งจุดที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ "สวนตงซัว" หรือ "สวนจงซาน" เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณความดีของ ดร.ซุนยัดเซน วังสามเซียนตั้งอยู่ใกล้วัดพระใหญ่ ทางขึ้นไปเขาพระตำหนักในพัทยาใต้ เป็นสถานที่ประดิษฐาน รูปปั้นของพระโพธิสัตว์ "เจ้าแม่กวนอิม" อยู่กลางสวนน้ำ สวยงามมาก มีทิวทัศน์ต้นไม้ร่มรื่น นอกจากนั้นยังมีห้องเรียนสมัย ขงจื้อ เรื่องราว 24 กตัญญู รูปปั้นจำลอง ราชวงศ์ต่างๆ ของประเทศจีน รูปปั้นจำลอง พระถังซำจั๋งและศิษย์เอก ระฆังแห่งคุณธรรม ม้าศึกกวนอู
ดูพิกัด
อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ
ดูพิกัด
โรงแรมยอดนิยมระดับ 2.5-ดาว แห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอดมากมายไว้คอยบริการแก่ลูกค้าภายในห้องพักทั้ง 21 ห้อง ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่โรงแรมจัดเตรียมไว้บริการ โรงแรมแห่งนี้ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกค้าเป็นหลัก คุณจึงมั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายและความผ่อนคลาย
ดูพิกัด
การนวดแผนไทยที่ได้รับการสืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ช่วยในเรื่องสุขภาพของคนไทย แม้ว่าความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอันทันสมัยของการแพทย์แผนปัจจุบัน จะมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของคนทั่วโลก แต่หลายคนก็ยังเสาะแสวงหาทางเลือกอื่นๆ ในการดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยเหตุผลแตกต่างกัน การแพทย์แผนไทยจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดูพิกัด
สวนร่มรื่นที่สามารถพบปะผู้คน วิ่งออกกำลังกาย เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ
ดูพิกัด
ร้านขายปลีก ขายส่ง อุปกรณ์เสริมสวย เครื่องสำอางค์ และผลิตภัณฑ์ความงามทุกประเภท
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2018 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand