Cultural Map @CHONBURI TH · รายการสารคดี · เส้นทางวัฒนธรรม · พิกัดสถานที่ · คำถามที่พบบ่อย  

รายการสารคดี,
เส้นทางวัฒนธรรม,
พิกัดสถานที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม
Find out real Chonburi

เพิ่มเติม ...
Video description here.

เพิ่มเติม ...
เส้นทางวัฒนธรรม
นายกฯแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติชุดใหม่
วธ.จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๕
วธ.แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ๔ ตำแหน่ง
กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประเทศอาเซียนร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติทางพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ และการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น
/ พิกัดสถานที่
/ ศิลปะ / วัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์ / พักผ่อน
ศิลปินดีเด่นจังหวัดชลบุรี สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) ประจำปีพ.ศ 2543 รองศาสตราจารย์สุชาติ เถาทอง เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2493 ณ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอายุ 51 ปี ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ระดับ 9 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรประโยคครูประถมการช่าง ด้านจิตรกรรม จากวิทยาลัยเพาะช่าง,ศิลปศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และ MFA( Painting ) Vivabharati Santiniketan จากประเทศอินเดีย รองศาสตราจารย์สุชาติ เถาทอง เป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านจิตรกรรม มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง โดยเฉพาะภาพสีน้ำ สีน้ำมัน จะสะท้อนแนวคิด ที่เป็นธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น และวิถีชีวิตชาวประมงภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญนอกจากนี้ยังเป็นนักวิชาการที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย และ ยังเป็นบุคคลที่ร่วมก่อตั้ง กลุ่มบูรพา กลุ่มเพียงตะวันและศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้จัดเป็นหนังสือทางด้านประวัติศาสตร์ของเกาะสีชัง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็นพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เนื้อหาภายในเล่มกล่างถึงลักษณะภูมิประเทศ ความเป็นมาและประวัติศาสตร์องเกาะสีชัง ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 เกาะสีชังเป็นเกาะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และอยู่ในลักษณะเป็นส่วนที่มีความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเคยเป็นเกาะที่เสด็จประพาสและที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชการที่ 6 พร้อมทั้งมีภาพแผนที่เกาะสีชังของพ.ศ. 2453 ประกอบด้วย และได้กล่าวถึงประวัติ ความเป็นมาความรู้ด้านต่างๆเกี่ยวกับพระราชวังจุฑาธุชราชฐานและวัดอัษฎางคนิมิตร อละวัดทิศธรรมสภาราม มีการเล่าเรื่องการเปิดโรงเรียนที่เกาะสีชัง นอกจากนี้ยังได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเกาะสีชังในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเก็บความจากหนังสือราชกิจจานุเบกษา เช่น เรื่องเสด็จประพาสเกาะสีชัง การรื่นเริงงานครบรอบพระชนมพรรษาสมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ฯลฯ
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดชลบุรี เนื้อหาสาระภายในเล่มประกอบด้วย ที่ตั่ง พื้นที่ อาณาเขต การแบ่งการปกครอง คำขวัญประจำจังหวัด ตราประจำจังหวัด ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ รวมถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ติดกับทะเลมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เช่น เมืองพระรถ เมืองศรีพโล และตำหนักต่าง ๆ บนเกาะสีชัง ประเพณีของแต่ละท้องถิ่น รวมถึงการจำหน่ายของที่ระลึก รวมถึงที่พักในจังหวัดชลบุรีด้วย
ดูพิกัด
หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์แจกในการทอดพระกฐินพระราชทาน ณ วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เนื้อหาภายในเล่มกล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเกาะสีชังและโบราณสถานที่สร้างบนเกาะสีชัง เริ่มแรกกล่าวถึงสภาพที่ตั้ง ภูมิประเทศ การคมนาคมม ในยุคแรกๆ ของเกาะสีชังจากนั้นได้กล่าวถึงการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 4 และการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 บนเกาะสีชังและในคราวที่รัชกาลที่ 5 เสด็จเกาะสีชังได้มีดำริบำรุงสถานที่บนเกาะให้เจริญและสร้างพระตำหนักสำหรับเป็นที่ประทับ สร้างสะพาน สร้างประภาคาร ทรงตัดถนนโปรดให้ขุดบ่อน้ำ โปรดให้สร้างวัด 2 วัด คือ วัดอัษฎางคณิมิตร และวัดจุฑาทิศราชธรรมสถาน สร้างพระราชวัง พระจุฑาธุชราชฐาน พระที่นั่งและพระตำหนักต่าง ๆ ในบริเวณพระราชวัง 14 องค์ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง พระราชดำรัสตอบของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการแสดงพิพิธำณฑ์เกาะสีชัง เมื่อปี พ.ศ. 2434 พระราชดำรัสตอนในการเปิดประภาคารเสาธงและสะพานที่เกาะสีชัง เมื่อ พ.ศ. 2434 พระราชดำรัสตอนในการปิดถนนอัษฎางค์ที่เกาะสีชัง ปีพ.ศ. 2434 และรายชื่อพระที่นั่งและสถานที่ต่าง ๆ ที่เกาะสีชัง ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนามในรัชกาลที่ 5 เมื่อรัตนโกสินทร์ศก 111
ดูพิกัด
พระครูพินิจสมาจาร อดีตเจ้าอาวาสวัดนามะตูม ตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หลวงพ่อโด่ ชัยเสอม เมื่อสมัยเป็นเด็กได้รับการศึกษา จากพระอาจารย์ปั้น เจ้าอาวาสวัดนามะตูมสมัยนั้น หลวงพ่อโด่ อุปสมบทที่วัดนามะตูมมีพระอาจารย์เพ็ง เจ้าอาวาสวัดหน้าพระธาตุเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนบาลีคู่กับวิชาคาถาอาคมกับอาจารย์ปั้นและอาจารย์เพ็งเมื่อเรียนจบจากอาจารย์ทั้งสองแล้วก็ออกธุดงค์หาอาจารย์ทางเวชมนต์คาถาอาคมต่อไปอีก เช่น หลวงพ่อสังข์ วัดเนินสังข์ ตำบลไร่หลักทอง และ หลวงพ่อทิม วัดละหานไร่ เป็นต้น หลวงพ่อโด่ เป็นเจ้าอาวาสแทนอาจารย์ปั้น เมื่อพ.ศ. 2440 เป็นเจ้าคณะตำบลนามะตูม เมื่อพ.ศ. 2476 เป็นพระอุปัชฌาย์เมื่อพ.ศ. 2481 พร้อมกับสมณศักดิ์ พระครูพินิจสมาจาร และได้เป็นพระครูชั้นเอก เมื่อพ.ศ. 2512 หลวงพ่อโด่ เป็นพระอาจารย์ที่มีคาถาอาคมขลัง เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งใกล้ไกล วัดใดทำพิธีปลุกเสกเหรียญและวัตถุมงคลใด ๆ ต้องมีรายนามของหลวงพ่อโด่รวมอยู่ด้วย ทุกครั้ง รวมทั้งการรับนิมนต์ เจิมบ้าน เจิมรถ เจิมป้าย ฯลฯ หลวงพ่อโด่ นอกจากเป็นพระที่มีคาถาอาคมแล้ว ยังเป็นพระหมอยาแผนโบราณรักษาหลายโรค ยังทำให้ท่านมีชื่อเสียง ผู้คนเข้าไปกราบไหว้ขอเป็นเจ้าของวัตถุมงคลไม่ขาดสาย เฉพาะอย่างยิ่งเหรียญงานฝังลูกนิมิต เหรียญรุ่น จปร. และแหนบรุ่นต่าง ๆ หลวงพ่อโด่ มรณภาพเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2515 และสมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาเป้นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2518
ดูพิกัด
วิธีทำ นำผักตบชวามาเลือกเอาเฉพาะต้นที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป ตัดใบทิ้งนำมาล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง นำไปอบกำมะถัน นำไปตัดหรือขวั้นตามแต่งานที่จะทำ แล้วทาด้วยน้ำมันวานิช ผลผลิตที่ได้ กระเป๋าถือ ตระกร้าของขวัญ กระเป๋าใส่โทรศัพท์ ตระกร้าใส่ขวดไวน์ พัดรูปหัวใจ ผู้ทำ นางมลิวัลย์ แจ่มอ้น อายุ ๕๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑/๑ หมู่ ๒ ต.วัดโบสถ์ อ.พัสนิคม แต่เดิมเป็นครูสอนเด็กในโรงเรียนประถมศึกษา สอนวิชา สปช. ภาษาไทย และจักสาน ปัจจุบันลาออกแล้ว และมาเริ่มตั้งกลุ่มจักสานผักตบชวา เนื่องมาจากมีวัสดุในท้องถิ่นจึงคิดทำแปรรูป โดยเรียนรู้จากวิทยากรจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาช่วยสอน ปัจจุบันทำเป็นอาชีพเสริม และรับทำตามสั่งการถ่ายทอด มีการสอนให้กับลูกหลาน และกลุ่มผู้สนใจ ซึ่งได้แก่โรงเรียนต่าง ๆ อาทิเช่น นักเรียน จากโรงเรียนชลบุรีสุขบทเป็นต้น
ดูพิกัด
ศาลเจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญของ อ.หนองใหญ่ และเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ศาลเดียวทางที่สวยงามที่สุดทางซีกตะวันตกของ จ.ชลบุรี เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๖ เพื่อให้ผู้คนที่มีศรัทธาได้มากราบไหว้บูชา ด้านหน้าเป็นสวนสวยงามและอ่างบัวสวรรค์ มีศาลฟ้าดินและเสามังกรฟ้าดินตั้งตระหง่านอยู่กับมีรูปหล่อเจ้าแม่กวนอิมสูง ๘ เมตร ยืนอยู่ทางด้านขวา ส่วนตัวศาลเจ้าแม่กวนอิมตั้งอยู่ตรงกลาง ถัดไปมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่าน ภายในศาลลักษณะโอ่โถงมีรูปหล่อเจ้าแม่กวนอิมประทับนั่งบนดอกบัวตั้งอยู่ตรงกลางงดงามด้วยลวดลายสีสันและมังกรพันเสาสง่างาม
ดูพิกัด
ประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิมของจังหวัดชลบุรี ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีของชาวไร่ ชาวสวน หรือเกษตรกร เป็นประเพณีท้องถิ่นซึ่งประชาชนในท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดสืบต่อกันมา ประเพณีวิ่งควายอำเภอบ้านบึงเดิมจัดให้มีงานในวันขึ้น ๑๕๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ซึ่งวันแรม ๑ ค่ำ เดืน ๑๑ เป็นวันเทศกาลอกพรรษา มีงานทำบุญตักบาตร เทโวโรหณะ เมื่อชาวไร่ชาวสวน นำสินค้ามาจำหน่าย จะเป็นกล้วย มะพร้าว ใบตอง ข้าวเหนียว ฯลฯ บรรทุกเกวียนมาจำหน่ายให้ชาวบ้าน แล้วก็จะมาพักควายไว้ในบริเวณวัด และเมื่อจับจ่ายขายสินค้า ซึ้อหาสิ่งของต้องประสง๕เสร็จสิ้นแล้ว ก็ถือโอกาสที่ได้พบปะกันนานทีปีหน จูงควายเข้าเที่ยวตลาดจนกลายมาเป็นวิ่งควายรอบๆ ตลาดด้วยความสนุกสนาน ปีต่อๆ มาก็เพิ่มการตกแต่งควายให้สวยงาน เป็นการทำขวัญควายไปในตัว เช่นทำถุงสวมเขาควาย ตกแต่งเชือจูงควาย ปฏักเฆี่ยนควาย ทำฉบังแต่งหน้าควายและเพ่มการตกแต่งคนขี่ควายให้สวยงาม จนกลายเป็นประเพณีวิ่งควาย ที่จะต้องแต่งตัวทั้งคนและควาย สืบทอดต่มาตราบเท่าทุกวันนี้
ดูพิกัด
ได้เรียนรู้มาจากตาและยาย เนื่องจากมีอาชีพสานเข่งหวายมาก่อน ได้ฝึกฝนมาเป็นระยะเวลาประมาณ 8 ปี จนเกิดความชำนาญ เป็นวิทยากรประจำศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
ดูพิกัด
เกษตรหนองซ้ำซาก ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองซ้ำซาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยมีคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ เป็นประธานศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งนี้ และศูนย์แห่งนี้มีการเกษตรที่มีคุณภาพ การปลูกพืชตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม ทำให้ศูนย์ฯ มีจุดเด่นเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรด้านการปลูกพืชเมืองหนาวในพื้นที่ราบที่ผ่านการรับรอง GAP ซึ่งมีตัวอย่างให้ชมกันในแปลง เช่น แตงเมลอน ฟักทองญี่ปุ่น มะละกอ มะเขือเทศ ผักต่าง ๆ ฯลฯ สำหรับการเดินทางเข้าถึงชุมชน หรือศูนย์แห่งนี้ ก็สะดวกตลอดปี นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กันในรัศมี 20 กิโลเมตร อีกหลายแห่ง เช่น เส้นทางจักรยานเสือภูเขาซึ่งผ่านทุ่งนาและเขานมสาว และก็ผาแอ่งน้ำนก นอกจากนี้บริเวณสองข้างทางจะมีกิจกรรม ทางการเกษตรของเกษตรกร เช่น การปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ การผลิตเห็ดแบบครบวงจรเพื่อการค้า การปลูกกุยช่ายตัดใบแบบดั้งเดิม การปลูกแก้วมังกรปลอดสารพิษ การปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงวัว การอบสมุนไพร การนวดตัว รวมถึงการทำขนมไทย ไข่เค็ม ดอกไม้ประดิษฐ์ และสามารถ ผลิตพืชปลอดสารพิษ เช่น บวบเหลี่ยม แคนตาลูป มะเขือเทศ เมล่อน ฟักทองญี่ปุ่น ถั่วฝักยาว เป็นฟาร์มต้นแบบของการผลิตแบบ GAP และ IMP ของกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสามารถแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรครบวงจร
ดูพิกัด
วัดบางเป้ง ตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2374 โดยนายกล่ำ ชาวบ้าน ต.แสนสุข ได้ถวายที่ดินให้สร้างวัดขึ้น จากคำบอกกล่าวว่าพื้นที่บริเวณนี้เรียกว่า วังเป้ง เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณคุ้งน้ำและมีต้นเป้งขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเรียกกันว่า บางเป้ง วัดบางเป้งได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2513 ปัจจุบันวัดบางเป้งมีเนื้อที่ 24 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา
ดูพิกัด
ตั้งอยู่บริเวณถนนเกาะแก้ว ซึ่งเป็นย่านตลาดเกาะของพนัสนิคม มีร้านค้าบ้านเรือนไม้แบบเก่าหลายหลัง จำหน่ายข้าวของเครื่องใช้ที่จักสารด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นหัตถกรรมขึ้นชื่อของพนัสนิคม เช่น ฝาชี กระจาด หมวก กระบุง ตะกร้า เป็นต้น
ดูพิกัด
วัดคลองใหญ่สถิตยาราม ตั้งอยู่ที่ บ้านคลองใหญ่ ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 18 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาเอนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง และฌาปนาสถาน วัดคลองใหญ่สถิตยาราม ตั้งเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2511 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 ปัจจุบันมีโรงเรียนประถมศึกษาตั้งอยู่ในที่ดินวัด
ดูพิกัด
วัดใหม่นาวังหิน ก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2471 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 การศึกษามีโรงเรียนสอนปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อพ.ศ.2475
ดูพิกัด
หากมาจากกรุงเทพฯ วิ่งตามถนนสุขุมวิทเลยจากตัวเมืองชลบุรีไปไม่นานแล้วเลี้ยวเข้าถนน 3134 มุ่งหน้าสู่วัดอ่างศิลา ระหว่างสองข้างทางจะพบกับร้้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์หินแกะสลักทั้งเครื่องใช้ไม้สอยไปจนถึงของประดับตกแต่ง ที่อ่างศิลาแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านอุตสหกรรมการแกะสลักหินเป็นรูปต่างๆ ศูนย์จำหน่ายงานแกะสลักหินมีจำหน่ายงานแกะสลักมากมายหลายอย่าง มีตั้งแต่ขนาดเล็กๆ อย่างครกหินไปจนถึงของชิ้นใหญ่อย่างรูปแกะสลักช้าง หรือจะสั่งทำที่นี้ก็รับตามความต้องการของลูกค้า ผลิตภัณฑ์หินแกะสลักของอ่างศิลามีคุณภาพดีไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน การแกะสลักหินอ่างศิลาหรือภาษาช่างพื้นถิ่นที่นี่เรียกว่า “ตีหิน” เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีของประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะ “การตีครก” หรือ “การแกะสลักครก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านดั้งเดิมของอ่างศิลามาแต่ครั้งหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา และมีชาวบ้านในหลายครัวเรือนได้ใช้เวลาว่างจากการทำประมงมาตีหินทำครกเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง หรือมีอีกหลายครัวเรือนได้หันมาประกอบอาชีพตีหินนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ดูพิกัด
โรงแรมระดับ 3-ดาว แห่งนี้ให้บริการห้องพัก 84 ห้อง ซึ่งได้รับการตกแต่งให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องประชุมภายในโรงแรม หลังจากวันอันเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือการท่องเที่ยว ก็ได้เวลากลับมาผ่อนคลายกับสวน สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ลูกค้าที่แสวงหาส่วนผสมที่ลงตัวของความเอาใจใส่และสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย จะพบกับสิ่งเหล่านั้นได้ ณ โรงแรมที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้
ดูพิกัด
สถานที่ราชการ
ดูพิกัด
กาแฟสูตรพิเศษ รสชาติหอมละมุน
ดูพิกัด
เชิญนั่งเอนหลังพักผ่อนที่หนึ่งในห้องพักทั้ง 49 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นหลัก ห้องพักทุกห้องของที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันโดยเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการชั้นยอด ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ โรงแรมที่มีเสน่ห์แห่งนี้ได้รับความนิยมมายาวนาน ทั้งจากผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวและมาติดต่อธุรกิจในพัทยา
ดูพิกัด
โรงแรมแห่งนี้ออกแบบโดยเป็นบังกาโลแต่ละหลังจากจำนวนทั้งหมด 58 หลังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพและมองเห็นวิวชายหาดหรือคลองเล็ก ๆโรงแรมริมหาดแห่งนี้ใช้เวลาขับรถเพียงไม่นานจากตัวเมืองแต่ทำให้ได้บรรยากาศที่ไม่พลุกพล่านซึ่งต่างจากบริเวณตัวเมืองพัทยา ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการเฮ้ลธ์คลับและสปาได้อย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในระหว่างพักผ่อนที่รีสอร์ทที่สงบสบายแห่งนี้ หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารค่ำแล้ว วิวของท้องทะเลยามค่ำคืนจะตราตรึงใจผู้มาเยือนอย่างที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน บังกาโลแต่ละหลังได้รับการออกแบบให้ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของคู่รัก ครอบครัวและการเข้าพักคนเดียว โดยแต่ละหลังจะมองเห็นวิวของสวนและท้องทะเลซึ่งทำให้ผู้มาเยือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ซันเซ็ท ปาร์ค รีสอร์ท แอนด์ สปาซึ่งใช้เวลาขับรถจากพัทยาเพียงไม่นานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
ดูพิกัด
ติดต่อเรา

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๒๐ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๙๕-๙๙,๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๑
โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๙๐๒
สนับสนุนโดย
© Copyright 2012 - 2018 All rights reserved : Ministry of Culture Thailand